ครม. ไฟเขียว ลดค่าพลังงานต่อเนื่อง
ครม. มีมติเห็นชอบมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน ตามที่กระทรวงพลังงาน (พน.) เสนอ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อภาระค่าครองชีพและช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ผ่าน 3 มาตรการ ประกอบด้วย ตรึงราคาน้ำมันดีเซล ก๊าซหุงต้ม LPG และช่วยลดค่าไฟกลุ่มเปราะบาง พร้อมเตรียมปรับโครงสร้างราคาพลังงานครั้งใหญ่ในปีนี้
3 มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชน ได้แก่
• ตรึงราคาน้ำมันดีเซล ไม่ให้เกิน 33 บาท/ลิตร ระยะเวลาดำเนินการ 20 เม.ย. – 31 ก.ค. 67 (เดิมตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร)
• ตรึงราคาขายปลีก LPG ที่ระดับ 423 บาท/ถังขนาด 15 กก. ระยะเวลาดำเนินการ 1 เม.ย. – 30 มิ.ย. 67 (ตรึงราคาเท่ามาตรการเดิม)
ซึ่งทั้งสองมาตรการเป็นการชี้แจงย้อนหลัง เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องจึงมีการดำเนินมาตรการไปก่อนหน้านี้แล้วตามวันที่แจ้งไว้ข้างต้น
• การลดค่าไฟที่ 19.05 สตางค์ จาก 4.18 บาท เป็น 3.99 บาทต่อหน่วย แก่ผู้ที่พักอาศัยอยู่บ้านและใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วย/เดือน ระยะเวลาดำเนินการ 4 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่เดือน พ.ค. – ส.ค. 67 (เดิมแบ่งการช่วยเหลือเป็น 2 กลุ่ม คือ ประชาชนทั่วไป เรียกเก็บในอัตราไม่เกิน 4.20 บาทต่อหน่วย และกลุ่มเปราะบาง จะคงไว้ที่ 3.99 บาทต่อหน่วย)
พีระพันธุ์ แจง ราคาพลังงานผันผวน เตรียมรื้อระบบราคาพลังงานใหม่
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันราคาพลังงานเกือบทุกชนิดมีความผันผวนในระดับสูง เกิดจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งกระทรวงพลังงานพยายามที่จะช่วยเหลือประชาชน ในการลดภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งในส่วนของน้ำมัน รัฐบาลได้กำหนดเพดานไว้ที่ 33 บาทต่อลิตร เนื่องจากสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้อุดหนุนติดลบกว่าแสนล้านบาทแล้ว หากไม่อุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลที่แท้จริงจะอยู่ที่ 34 - 35 บาทต่อลิตร และอาจจะมีการปรับเพดานหากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น แต่ราคาขายปลีกในไทยค่อย ๆ ปรับ
ทั้งนี้ 3 มาตรการที่เสนอเข้าคณะรัฐมนตรี ถือว่าเป็นมาตรการช่วยเหลือในระยะสั้น ตามหลักเกณฑ์และกฎหมายที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และเตรียมรื้อระบบราคาพลังงานใหม่ คาดว่าจะยกร่างกฎหมายใหม่ซึ่งจะสามารถดำเนินการได้ภายในปีนี้ คนไทยจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงราคาพลังงานที่มีความยุติธรรม สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และจะเป็นการปรับรูปแบบพลังงานของประเทศที่จะมีความยั่งยืนต่อไปในอนาคต
คาดใช้งบฯ สำหรับดำเนินการ 3 มาตรการ 8,300 ล้านบาทประกอบด้วย
• ช่วยเหลือกลุ่มผู้ใช้น้ำมันดีเซลจำนวน 6,000 ล้านบาท
• ช่วยเหลือกลุ่มผู้ใช้ก๊าซ LPG จำนวน 500 ล้านบาท
• มาตรการด้านไฟฟ้า จำนวน 1,800 ล้านบาท
โดยนายกฯ สั่งการเพิ่มเติมสำหรับการดำเนินการมาตรการดังกล่าวให้พิจารณาใช้งบประมาณจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก่อน และส่วนที่เหลือจะขอรับจัดสรรจากงบฯกลาง ปี 2567 งบกลางในรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น
#ส.ปชส.ปัตตานี