<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[เที่ยววิถีไทย]]></title>
<link>https://pattani.prd.go.th/th/content/category/index/id/381</link>
<atom:link href="https://pattani.prd.go.th/th/content/category/index/id/381" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[หาดตะโละกาโปร์]]></title>
<link>https://pattani.prd.go.th/th/content/category/detail/id/381/iid/67194</link>
<guid isPermaLink="false">db20e40f710c1dc0f2e17fada1914636</guid>
<pubDate>Tue, 04 Jan 2022 22:03:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong><span style="background-color:#ee82ee;">หาดตะโละกาโปร์</span></strong> ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองตามทางหลวงหมายเลข 42 (ปัตตานี - นราธิวาส) เลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอยะหริ่งข้ามคลองยามู ตามสะพานคอนกรีตขนาดใหญ่ ผ่านพื้นที่สวนป่าชายเลนและหมู่บ้านไปจนถึงทางแยกเข้าสู่หาดรวมระยพทาง 18 กิโลเมตร เป็นหาดทรายขาวสะอาดขนานกับชายฝั่งทะเล มีเรือกอและของชาวประมงจอดอยู่เป็นจำนวนมากหาดทรายแห่งนี้ทอดยาวออกไปเรื่อยๆ เพราะเกิดจากกระแสน่้ำพัดเอาตะกอนทรายมาทับถมพอกพูนแหมาะแก่การไปนั่งพักผ่อนชมธรรมชาติ มีทิวสนและต้นมะพร้าวให้ความร่มรื่นสวยงาม ชื่อแหล่งท่องเที่ยว : หาดตะโละกาโปร์ ประเภท : อ่าวและชายหาด ที่อยู่ : ตำบลตะโละกาโปร์ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เวลาทำการ : 08.00 - 17.00 น. หมายเลขโทรศัพท์ : 073-337096</p>

<p>ขอบคุณแหล่งที่มา :&nbsp; สำนักงานการท่องเทียวและกีฬาจังหวัดปัตตานี</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pattani.prd.go.th/th/file/get/file/2022010493145970dc69a048ecc7d9d711589f53220506.jpg' type='image/jpg' length='43208' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หาดวาสุกรี]]></title>
<link>https://pattani.prd.go.th/th/content/category/detail/id/381/iid/67193</link>
<guid isPermaLink="false">f3816639b2425b9b5664d236ee4651bb</guid>
<pubDate>Tue, 04 Jan 2022 21:46:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong><span style="background-color:#dda0dd;">หาดวาสุกรี</span></strong></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อยู่ห่างจากตัวเมือง 52 กิโลเมตร และห่างจากตัวอำเภอสายบุรี 2 กิโลเมตร อยู่ในเขตเทศบาลตำบลตะลุบัน การเดินทางจากตัวเมืองใช้ทางหลวงสายปัตตานี - นราธิวาส หรืออาจเลือกเดินทางผ่านหาดแฆแฆไปจนถึงอำเภอสายบุรี หรือเลี้ยวซ้ายตรงทางแยกเข้าสู่อำเภอสายบุรี ลักษณะของหาดทรายเป็นแนวยาวขนานไปกับทิวสน</p>

<p>ขอบคุณแหล่งที่มา :&nbsp; สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปัตตานี</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pattani.prd.go.th/th/file/get/file/2022010400993c93b777f73c25d3125e95462e16220149.jpg' type='image/jpg' length='68377' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว]]></title>
<link>https://pattani.prd.go.th/th/content/category/detail/id/381/iid/67192</link>
<guid isPermaLink="false">cc1525d5776b0247dd349cade0e44c0b</guid>
<pubDate>Tue, 04 Jan 2022 21:41:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว</strong></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เดิมชาวบ้านเรียกว่า&nbsp;<em>&ldquo;น้ำตกกระโถน&rdquo;</em>&nbsp;ถูกค้นพบ โดยพระครูศรีรัตนากร&nbsp;<em>(ท่านศรีแก้ว)</em>&nbsp;อดีตเจ้าอาวาสวัดทรายขาว เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2475 และท่านได้ชักชวนราษฎรทำการปรับปรุงบริเวณน้ำตกทรายขาว ต่อมาน้ำตกแห่งนี้ ได้พัฒนามาเป็นลำดับโดยอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานป่าไม้เขตปัตตานี&nbsp;<em>(กรมป่าไม้)</em>&nbsp;จนถึงปี พ.ศ. 2530 กรมป่าไม้ให้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่ และจัดตั้งป่าเขาใหญ่ และป่าเทือกเขาสันกาลาคีรี เพื่อเตรียมประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 เพื่อคุ้มครองทรัพยากรแห่งชาติ และวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม เพื่อการศึกษาวิจัยและเพื่อการท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจแก่ประชาชนโดยทั่วไป ซึ่งมีการนำเสนอผ่านมติเห็นชอบจากคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติให้จัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติฯ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2533</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2536 อนุมัติในหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่ดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติ การดำเนินการสำรวจจัดตั้งได้ผ่านขั้นตอนเตรียมการมาเป็นลำดับจนคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ การจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติฯ โดยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งให้จัดพิมพ์แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกา เพื่อจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย แต่ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2541 ได้มีราษฎรในท้องที่ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ชุมนุม คัดค้านการประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;จากลำดับเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น ทำให้อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว ต้องปรับปรุงการบริหารจัดการโดยศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง อาทิ สถานภาพ และ ศักยภาพของพื้นที่ วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของราษฎรในท้องถิ่น ฯลฯ เพื่อนำมาประกอบในการพิจารณา จัดทำแนวเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว ใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อราษฎร และสิ่งที่สำคัญ คือ การประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว จะต้องสามารถรักษาความสมบูรณ์ ของทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งเป็นที่ยอมรับและเกิดความร่วมมือ จากประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบอุทยานแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2552 พื้นที่ป่าได้ทำการสำรวจขึ้นใหม่ ไม่มีปัญหากับราษฎร เนื่องจากได้กันพื้นที่ทำกินของราษฎรออกจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว ที่ทำการสำรวจจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติฯ และราษฎรที่อาศัยอยู่รอบบริเวณที่ได้ตรวจสอบกำหนดเขตด้วยโดยได้ผ่านการเห็นชอบจากองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;<em>(อบต.)</em>&nbsp;ที่เกี่ยวข้องรวม 10 องค์การ และผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการลักลอบทำลายทรัพยากรป่าไม้ประจำจังหวัดที่เกี่ยวข้องรวม 3 จังหวัด คือ ปัตตานี ยะลา และสงขลา โดยผ่านการพิจารณาของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าเขาใหญ่ ในท้องที่ตำบลช้างให้ตก ตำบลทรายขาว ตำบลนาประดู่ ตำบลทุ่งพลา ตำบลปากล่อ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา ตำบลตาชี อำเภอยะหา จังหวัดยะลา และป่าเทือกเขาสันกาลาคีรี ให้ท้องที่ตำบลบ้านโหนด ตำบลเปียน ตำบลธารคีรี อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ให้เป็นอุทยานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2551 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนที่ 71 ก ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2551 เป็น อุทยานแห่งชาติแห่งที่ 110 ของประเทศไทย</p>

<p>ขอบคุณแหล่งที่มา :&nbsp; สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปัตตานี</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pattani.prd.go.th/th/file/get/file/20220104f139467bee88976d6209097644766fbe214222.jpg' type='image/jpg' length='43944' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน ยะหริ่ง]]></title>
<link>https://pattani.prd.go.th/th/content/category/detail/id/381/iid/67191</link>
<guid isPermaLink="false">370ca98c60cd01c583d5d74e2c654219</guid>
<pubDate>Tue, 04 Jan 2022 21:26:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong><span style="background-color:#dda0dd;">ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนยะหริ่ง</span></strong></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ตั้งอยู่ในบริเวณริมคลองยามู ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอยะหริ่ง อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าชายเลนยะหริ่งมีพื้นที่โครงการรวม 500 ไร่ ศูนย์ฯ แห่งนี้มีทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลยเป็นสะพานที่สร้างด้วยไม้ตะเคียนทอง&nbsp;<em>(Hopea Odorata)</em>&nbsp;เป็นระยะทางยาวโดยรอบ 1,250 เมตร ตลอดเส้นทางเดินโดยรอบจะเห็นกลุ่มไม้ในสังคมป่าชายเลนทั้งไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้เถา และไม้พื้นล่าง ซึ่งพันธุ์ไม้แต่ละชนิดสามารถขึ้นได้ในบริเวณที่มีลักษณะแตกต่างกัน โดยเฉพาะบริเวณที่อยู่ระหว่างระดับน้ำทะเลต่ำสุดและระดับน้ำทะเลสูงสุด เช่น กลุ่มไม้ถั่วขาว กลุ่มไม้ตะบูนดำ กลุ่มไม้ตาตุ่มทะเล ฝาดดอกขาว เหงือกปลาหมอดอกขาว เป็นต้น ตามเส้นทางจะมีระเบียงพัก และมีซุ้มสื่อความหมายอธิบายเกี่ยวกับป่าชายเลน พร้อมมีรูปภาพประกอบและยังมีสะพานทางเดินไม้ยกระดับ ศาลาพักผ่อน และหอชมนก เพื่อชมทัศนียภาพเหนือยอดของพันธุ์ไม้ป่าชายเลน ซึ่งหอนี้มีความสูงถึง 13 เมตร นอกเหนือจากการเดินศึกษาป่าชายเลนตามเส้นทางเดิน แล้วยังมีการล่องเรือชมป่า ชายเลนซึ่งจัดเป็นกิจกรรมหนึ่งของศูนย์ฯ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือชมธรรมชาติป่าชายเลน ตามลำคลองน้อยใหญ่ซึ่งแบ่ง เป็น 3 สายคือคลองบางปู คลองกลาง คลองกอและ ตลอดสองฝั่งคลองจะเห็นป่าชายเลนที่สมบูรณ์ ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ นกนานาชนิด วิถีชีวิตของชาวบ้านกับป่าชายเลนและความสวยงามของสวนป่าโกงกาง</p>

<p>ขอบคุณแหล่งที่มา :&nbsp; สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปัตตานี</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pattani.prd.go.th/th/file/get/file/20220104362331889c3d540c4771d51454b012b9212854.jpg' type='image/jpg' length='61307' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดราษฎร์บูรณะ หรือวัดช้างให้]]></title>
<link>https://pattani.prd.go.th/th/content/category/detail/id/381/iid/67190</link>
<guid isPermaLink="false">598a8c83ede1774858ba9e9298598f42</guid>
<pubDate>Tue, 04 Jan 2022 20:42:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong><span style="background-color:#dda0dd;">วัดราษฎร์บูรณะ หรือวัดช้างให้</span></strong></p>

<p><span style="color:#0000cd;"><strong>วัดราษฎร์บูรณะ</strong></span><span style="color:#ee82ee;"><strong> </strong></span>เดิมชื่อวัดช้างให้ ตามตำนานเมืองปัตตานีกล่าวว่า พระยาแก้มดำ เจ้าเมืองไทรบุรี ต้องการหาชัยภูมิสร้างเมืองใหม่ให้น้องสาวจึงได้เสี่ยงสัตย์อธิษฐานปล่อยช้างเจ้าเมืองและไพร่พลเดินตามไปเมื่อถึงป่าแห่งหนึ่ง (ที่วัดช้างให้ในปัจจุบัน) ช้างก็เดินวนเวียนและร้อง 3 ครั้ง พระยาแก้มดำ ถือว่าเป็นนิมิตที่ดีที่จะสร้างเมือง แต่น้องสาวไม่ชอบใจ จึงได้เสี่ยงสัตย์ปล่อยช้างใหม่ คราวนี้ช้างได้เดินทางไปทางชายทะเลแห่งหนึ่ง (ที่ตำบลกรือเซะในปัจจุบัน) ช้างไม่ได้ส่งเสียงร้องแต่น้องสาวพอใจ จึงขอให้พระยาแก้มดำสร้างเมืองขึ้น โดยชื่อว่า &ldquo;เมืองปัตตานี&rdquo; เมี่อสร้างเมืองเสร็จแล้วได้เดินทางกลับผ่านทางเดิมได้ให้ขบวนหยุดพักที่ป่า ซึ่งช้างบอกไว้คราวแรก และให้ไพร่พลแผ้วถางป่าบริเวณนั้นสร้างเป็นวัดขึ้นให้ชื่อว่าวัดช้างให้ นมัสการพระดีเกจิดังแห่งปัตตานี สถานที่ประดิษฐ์ฐานสถูปหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด<br />
ชื่อแหล่งท่องเที่ยว : วัดช้างให้<br />
ประเภท : ศาสนสถาน<br />
ที่อยู่ : หมู่ 2 ตำบลควนโนรี อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี<br />
เวลาทำการ : 08.00 - 17.00 น.<br />
หมายเลขโทรศัพท์ : 073-358586<br />
ขอบคุณแหล่งที่มา : สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปัตตานี</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pattani.prd.go.th/th/file/get/file/20220104d7c421d6da1f695b73970e30d81cd538212319.jpg' type='image/jpg' length='73281' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[มัสยิดกรือเซะ]]></title>
<link>https://pattani.prd.go.th/th/content/category/detail/id/381/iid/61008</link>
<guid isPermaLink="false">02259e18f69971f2b7dfabcc7d4ab929</guid>
<pubDate>Sun, 05 Dec 2021 15:07:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong><span style="background-color:#00ffff;">มัสยิดกรือเซะ </span></strong>เป็นมัสยิดประจำเมืองอดีต สร้างในรัชสมัยสุลต่านมูซัฟฟาร์ ซาร์ เป็นเจ้าเมืองปัตตานี (พ.ศ.๒๐๗๓-๒๐๑๗) เป็นมัสยิดสร้างด้วยอิฐ เสาทรงกลม ประตูรูปโค้งแหลม ผู้ออกแบบสร้างมัสยิด คือ ซัยคซอฟียุดดีน อัลอิสมอิมาส อูละมะอะ แห่งปอเนาะ กรือเซะในรัชสมัยของราชาฮิเยาครองราชย์ มัสยิดกรือเซะมีคอเต็บ ชื่ออับดุลบัญญัร และในที่สุดรัชสมัยสุลต่านมูฮัมหมัด ดูวา เกิดสงครามระหว่างสยามกับปาตานี ในปี พ.ศ.๒๓๒๙ ทำให้บ้านเมืองได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตาม มัสยิดกรือเวะยังคงเป็นเอกลักษณ์แห่งอู่อารยธรรมอิสลามของราชอาณาจักรปาตานี ดารุลสลาม จนถึงปัจจุบันนี้ กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๘ และทำการบูรณะซ่อมแซมเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๐,๒๕๒๕ และ พ.ศ.๒๕๔๗ ตามลำดับ ทั้งนี้เพื่อให้มัสยิดกรือเซะคงสภาพเป็นโบราณสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองปัตตานี และใช้เป็นที่ปฏิบัติศาสนกิจได้ต่อไป ชื่อแหล่งท่องเที่ยว : มัสยิดกรือเซะ (Krue Se Mosque) ประเภท : ศาสนสถาน,โบราณสถาน ที่อยู่ : บ้านกรือเซะ ตำบลตันหยงลุโละ อำเภอเมือง ตามทางหลวงหมายเลข 42 (ปัตตานี-นราธิวาส) ห่างจากตัวเมือง ประมาณ 7 กม. เวลาทำการ : 08.00 - 17.00 น. หมายเลขโทรศัพท์ : 073-413402,087-2878780<br />
<strong>แหล่งที่มา&nbsp; :&nbsp; สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปัตตานี</strong></p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pattani.prd.go.th/th/file/get/file/20211205ff4e24f5f71e095c22a9121a3a4085f8150733.jpg' type='image/jpg' length='83116' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[Skywalk "Pattani Adventure Park"]]></title>
<link>https://pattani.prd.go.th/th/content/category/detail/id/381/iid/61004</link>
<guid isPermaLink="false">b51445206fd7ccff92de0d773bee29af</guid>
<pubDate>Sun, 05 Dec 2021 14:56:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong><span style="background-color:#00ffff;">Skywalk &quot;Pattani Adventure Park&quot;</span></strong>&nbsp; Skywalk แลนด์มาร์คของจังหวัดปัตตานี ตั้งอยู่ภายใต้สวมสมเด็จเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือสวนแม่ - สวนลูก เป็นทางเดินชมธรรมชาติในมุมสูง สร้างด้วยโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ ความสูง 12 เมตร หรือประมาณตึก 3 ชั้น ทางเดินเป็นตาข่ายเหล็กโปร่งที่สามารถรองรับน้ำหนักได้มากถึง 400 กิโลเมตรต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร และสามารถมองเห็นพื้นด้านล่างได้อย่างชัดเจนเป็นระยะทางประมาณ 400 เมตรโดยมีศาลาที่พักรับลมเย็นๆ เป็นที่นั่งพักเหนื่อยกันตามอัธยาศัยและหลบแดด 5 จุด สิ่งที่ทุกท่านจะได้เห็นเมื่อขึ้นไป คือ มองออกไปทางทิศตะวันตกจะเห็นทะเลอ่าวไทย (ปากอ่าวปัตตานี) และแหลมตาชี ชื่อแหล่งท่องเที่ยว : Skywalk &quot;Pattani Adventure Park&quot; ประเภท : แลนด์มาร์กและอนุสรณ์สถาน ที่อยู่ : สวนสมเด็จเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หมู่ 6 ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี เวลาทำการ : 06.00 - 19.00 น. หมายเลขโทรศัพท์ : 073-312111,073-460115<br />
<strong>แหล่งที่มา&nbsp; :&nbsp; สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปัตตานี</strong></p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pattani.prd.go.th/th/file/get/file/20211205c602976ee9d34c6c50a4050a7a12d7f5145911.jpg' type='image/jpg' length='34383' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี]]></title>
<link>https://pattani.prd.go.th/th/content/category/detail/id/381/iid/61001</link>
<guid isPermaLink="false">f3abdf1d56daf749801c6fb874eef960</guid>
<pubDate>Sun, 05 Dec 2021 14:51:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong><span style="background-color:#00ffff;">มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี</span></strong> เป็นมัสยิดแห่งแรกที่สร้างขึ้นจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2497 ใช้เวลาดำเนินการสร้าง 9 ปี และทำพิธีเปิดโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2506 เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการประกอบศาสนกิจของชาวไทยมุสลิมในภาคใต้ เป็นสถาปัตยกรรมเป็นแบบตะวันตก มีรูปทรงคล้ายกับทัชมาฮาลของอินเดีย ตรงกลางอาคารมียอดโดมขนาดใหญ่และมีโดมบริวาร 4 ทิศ มีหอคอยคู่อยู่สองข้าง บริเวณด้านหน้ามัสยิดมีสระน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ภายในมัสยิดมีลักษณะเป็นห้องโถงมีระเบียงสองข้าง ภายในห้องโถงด้านในมีบลลังก์ทรงสูงและแคบ ชื่อแหล่งท่องเที่ยว : มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี (Pattani Central Mosque) ประเภท : ศาสนสถาน ที่อยู่ : 249 ถนนยะรัง ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี เวลาทำการ : 08.00 - 17.00 น. หมายเลขโทรศัพท์ : 073-336149,081-9900172<br />
<strong>แหล่งที่มา&nbsp; :&nbsp; สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปัตตานี</strong></p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pattani.prd.go.th/th/file/get/file/20211205be8482f69e025cce60ed544e7d3d314d145310.jpg' type='image/jpg' length='35490' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เมืองโบราณยะรัง]]></title>
<link>https://pattani.prd.go.th/th/content/category/detail/id/381/iid/60999</link>
<guid isPermaLink="false">20ac9824fbdc9560693530ad0a62f9db</guid>
<pubDate>Sun, 05 Dec 2021 14:47:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong><span style="background-color:#00ffff;">เมืองโบราณยะรัง</span></strong>&nbsp; มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และโบราณคดีเป็นอย่างมาก เป็นศูนย์กลางพุทธศาสนามหายานแห่งอาณาจักรลังกาสุกะ เป็นเมืองท่าที่สำคัญตั้งอยู่ใกล้ทะเล และเป็นดินแดนที่มีบทบาททางเศรษฐกิจ การติดต่อค้าขายกับชาวต่างประเทศอย่างกว้างขวาง มาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12 มีแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ ได้แก่ เมืองโบราณบ้านวัด ซึ่งมีอายุเก่าแก่ที่สุดของเมืองโบราณบ้านจาเละ สถานที่พบสถูปในพุทธศาสนาฝ่ายมหายานที่เก่าแก่ที่สุด ที่พบในประเทศไทยและเมืองโบราณบ้านประแว ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นอาณาจักรลังกาสุกะตอนปลายก่อนย้ายไปสร้างเมืองปัตตานีที่กรือเซะ ชื่อแหล่งท่องเที่ยว : เมืองโบราณยะรัง ประเภท : โบราณสถาน ที่อยู่ : ตำบลยะรัง อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เวลาทำการ : 08.00 - 17.00 น. หมายเลขโทรศัพท์ : 073-439093&nbsp;<br />
<strong>แหล่งที่มา&nbsp; :&nbsp; สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปัตตานี</strong></p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pattani.prd.go.th/th/file/get/file/2021120528f5bfa3519868f19e7f82354c159183144902.jpg' type='image/jpg' length='88996' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว  ]]></title>
<link>https://pattani.prd.go.th/th/content/category/detail/id/381/iid/60996</link>
<guid isPermaLink="false">7d767c8d4117d52db3fe3f45165c56c1</guid>
<pubDate>Sun, 05 Dec 2021 14:44:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong><span style="background-color:#00ffff;">ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว</span></strong>&nbsp; เป็นที่ประดิษฐานรูปแกะสลักของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว พระหมอเจ้าแม่ทับทิม และองค์พระอีกหลายองค์ เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเป็นที่เลื่อมใสของชาวไทยเชื้อสายจีน ทั้งในท้องถิ่น และจากจีน มาเลเซีย และสิงคโปร์ พิธีแห่เจ้าแม่ลุยน้ำจัดขึ้นทุกปีเพื่อรำลึกถึงความยากลำบากที่นางเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากเมืองจีนเพื่อตามหาลิ้มโต๊ะเคี่ยม พี่ชาย เดิมศพของเจ้าแม่ฝังอยู่ที่ชายฝั่งอ่าวปัตตานี (ต่อมาชายฝั่งถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนฮวงซุ้ยจมอยู่ในอ่าว) ปัจจุบันได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่ฮวงซุ้ยใกล้มัสยิดกรือเซะ ส่วนพิธีลุยไฟจัดขึ้นจากความศรัทธาในอภินิหารของเจ้าแม่ว่าสามารถคุ้มครองปกป้องภัยและเพื่อความเป็นสิริมงคล ศาลเจ้าได้จัดบริการสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว อาทิ อาคารที่พักค้างคืนอัฒจันทร์ สำหรับนั่งชมพิธีลุยไฟในเทศกาล ชื่อแหล่งท่องเที่ยว : ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หรือ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง ประเภท : ศาสนสถาน ที่อยู่ : 63 ถนนปะนาเระ ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี เวลาทำการ : 08.00 - 20.00 น. หมายเลขโทรศัพท์ : 073-332851,081-8979749<br />
<strong>แหล่งที่มา&nbsp; :&nbsp; สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปัตตานี</strong></p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pattani.prd.go.th/th/file/get/file/20211205b76b706831e67ebabd123c28318528b6144555.jpg' type='image/jpg' length='85312' />
</item>
</channel>
</rss>
